Skip to main content

แผนที่ทางภูมิศาสตร์และการสำรวจถ้ำด้วยระบบ LIDAR (Laser Imaging Detection And Ranging)


จากกรณีถ้ำหลวงเขานางนอนที่เป็นที่ติดตามของสังคมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการนำแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของถ้ำมาประกอบคำอธิบายแผนการช่วยเหลือเยาวชนที่ติดอยู่ภายใน แผนที่ดังกล่าวถูกทำขึ้นจากนักสำรวจซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจว่าทำไมน้ำถึงไหลมาขวางทางออกได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการทำแผนภาพประกอบอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น (อ่านเพิ่มเติมที่ [1]) ทั้งนี้เพราะแผนที่ภูมิศาสตร์ของถ้ำนั้นถูกวาดบนแนวราบซึ่งขาดรายละเอียดของมิติด้านความลึกรวมทั้งรายละเอียดซอกมุมต่างๆของถ้ำ ทำให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านแผนที่ยากที่จะเข้าใจ บทความนี้จะขอหยิบยกเทคนิคการสำรวจถ้ำด้วยการใช้เทคโนโลยี Lidar (Laser imaging detection and ranging) ที่สามารถนำมาใช้จัดทำแผนที่ 3 มิติ ของถ้ำเพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจลักษณะโดยรวมของถ้ำได้มากขึ้น

Lidar คือการบันทึกข้อมูลการสะท้อน การหักเห ของแสง Laser ที่ใช้ต่อวัตถุที่ทำการศึกษาในระยะไกล โดยในกรณีนี้เราจะใช้การสะท้อนของแสง Laser เพื่อวัดระยะทางจากผู้สำรวจไปยังผนังถ้ำ คล้ายกับฉากการสำรวจถ้ำในภาพยนต์เรื่อง Prometheus (รูปภาพที่ 1)

รูปภาพที่ 1 ฉากการแสดงแผนที่ 3 มิติของถ้ำที่สำรวจจากภาพยนต์เรื่อง Prometheus


เทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ทำให้เราสามารถเคลื่อนย้าย Laser ที่มีขนาดเล็กเพื่อการสแกนโครงสร้างต่างๆภายในถ้ำด้วยความละเอียดระดับเซนติเมตรภายในวงรัศมีกว่าสิบเมตรรอบตัวผู้วัด ระยะต่างๆนี้จะถูกอ้างอิงกับตำแหน่งพิกัดของผู้วัดที่เคลื่อนที่ไปในถ้ำด้วยระบบอ้างอิงพิกัด เช่น SLAM (Simultaneous localization and maping) [2] จากข้อมูลระยะต่างๆที่ได้จากการวัดและการประเมินผลกับพิกัดตำแหน่งทำให้เราสามารถจัดทำเป็นแผนที่ถ้ำในรูปแบบ 3 มิติได้ (รูปภาพที่ 2) โดยในปัจจุบันมีการพัฒนาติดตั้งระบบ Lidar เข้ากับหุ่นโดรน เพื่อให้การสำรวจถ้ำนั้นสะดวกและถูกต้องแม่นยำมากขึ้น การสำรวจถ้ำตามภาพยนต์ที่กล่าวไปข้างต้นจึงไม่เป็นเพียงเรื่องจินตนาการอีกต่อไป

รูปภาพที่ 2 แผนที่ 3 มิติของถ้ำ Domica ในประเทศสโลวาเกีย (A) แผนที่ทางภูมิศาสตร์โดยรอบของถ้ำ (B) ส่วนหนึ่งของแผนที่ถ้ำ (C) รายละเอียดของถ้ำที่ได้จากการสแกน [3]

นอกจากการใช้ Lidar เพื่อการสำรวจถ้ำแล้ว เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจวัดและสำรวจต่างๆอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งระบบ Lidar บนอากาศยาน (Airbourne lidar) เพื่อใช้ในการสำรวจภูมิประเทศและความสมบูรณ์ของป่า ทั้งนี้เพราะการใช้แสง Laser ที่มีความยาวของคลื่นที่สามารถส่องทะลุผ่านต้นไม้ในป่าได้ ทำให้การสำรวจด้วยระบบ Lidar นี้สามารถระบุถึงความสูงต่ำของภูมิประเทศได้อย่างแท้จริง และด้วยการสะท้อนหรือหักเหจำเพาะของแสง Laser จากต้นไม้ ระบบ Lidar จึงสามารถทำแผนที่เพื่อระบุถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ได้ [4] นอกจากการสำรวจทางภูมิศาสตร์แล้ว Lidar ยังถูกนำมาใช้ทางด้านสิ่งแวดล้อม [5] หรือแม้กระทั่งการพัฒนาอากาศยานและยานยนต์ไร้คนขับอีกด้วย [6]

หลักการและการประยุกต์ใช้ที่กล่าวมาในบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ Lidar ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมและการศึกษาต่างๆ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิงค์อ้างอิงด้านล่าง

อ้างอิง

Comments

Popular posts from this blog

ไมโครชิปที่ความละเอียด 7nm กับอนาคตของ processor เมื่อมาถึงจุดสุดท้ายของ Moore's law

ชิป A12 bionic ที่มีความละเอียดขนาด 7nm (https://www.cnet.com/news/iphone-xs-a12-bionic-chip-is-industry-first-7nm-cpu/) ถูกพูดถึงพร้อมกับการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เมื่อวันพุธ(12 ก.ย. 61)ที่ผ่านมานี้ ในเชิงของการใช้งานนั้นผู้ใช้อาจจะไม่รู้สึกตื่นเต้นกับฟังก์ชั่นของโปรดักส์ที่เปิดตัวซักเท่าไหร่ แต่ในทางเทคนิคแล้วเจ้าตัวชิปดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีทีทันสมัยที่สุดในตอนนี้สำหรับ smartphone และอาจถือได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของเทคโนโลยี processor หรือไมโครชิปเพื่อก้าวไปสู้รูปแบบชิปและการประมวลผลรูปแบบใหม่ๆ ก่อนอื่นบทความนี้จะมาขยายความให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงความหมายของขนาด 7nm ในตัวชิปก่อน แล้วเราจะมาตามรอยการพัฒนาของไมโครชิปตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมาด้วย Moore’s law และสุดท้ายเราจะมาคาดการณ์กันว่าเทคโนโลยี processor จะก้าวไปทางไหนต่อไปเมื่อขณะนี้เราอยู่ที่จุดสุดท้ายของ Moore’s law สิ่งแรกที่เราต้องรู้สำหรับตัว processor นั้นก็คือองค์ประกอบพื้นฐาน processor นั้นประกอบไปด้วย transistor (ทรานซิสเตอร์)ที่ทำหน้าที่เป็นสวิซเปิดปิดวงจร และด้วยการเปิดปิดนี้นำไปสู้การประมวลผลแบบดิจิตอลในระ...

โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual power plant) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของพลังงานทดแทน

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 ที่ผ่านมา Tesla นำโดยนาย Elon Musk ผู้มีวัสัยทัศน์กว้างไกลทางด้านเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ดีของมนุษยชาติได้ประกาศติดตั้งแผง Solar cell พร้อมทั้งแบตเตอรี่ให้แก่ 1,100 ครัวเรือน ในพื้นที่รัฐทางตอนใต้ของออสเตรเลีย การติดตั้งนี้จะขยายไปกว่า 25,000 ครัวเรือน ภายในปี 2019 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าเสมือน(Virtual power plant) [1] โดยที่โรงไฟฟ้าเสมือนนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าจากการเผาไหม้ก็าซธรรมชาติและถ่านหินในพื้นที่ดังกล่าว โดยทางการประเทศออสเตรเลียกล่าวว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถสนับสนุนพลังงานได้สูงถึง 20% ต่อการใช้งานในแต่ละวัน หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าเสมือนคือการรวบรวมการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ จากทั้งพลังงานฟอซซิลและพลังงานทดแทนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้งาน [2,3]  นอกจากแหล่งกำเนิดพลังงานที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว สิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของโรงไฟฟ้าเสมือน คือ หน่วยจัดเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ และเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตของอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคต่างๆหร...

รูปแบบการสื่อสารแห่งอนาคตที่มีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสูงกับ Quantum communication

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์และการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในระดับนานาชาติจากกรณีการเข้าให้ปากคำของนาย Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ facebook ต่อวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาจากข่าวลือมีการนำข้อมูลผู้ใช้บริการเว็บไซต์ facebook ไปใช้ทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต [1] หรือจากกรณีข้อมูลบัตรประชาชนรั่วไหลจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่าง True ในประเทศไทย [2] ในปัจจุบันข้อมูลมากมายถูกส่งด้วยระบบอินเตอร์เน็ตถึงแม้จะมีการเข้ารหัสซับซ้อนด้วยสมการทางคณิตศาสตร์เพียงใดก็สามารถถูกถอดรหัสได้หากมีทรัพยากรที่เหมาะสม ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้นำเสนอการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่ปราศจากเงื่อนไขข้อจำกัดใดๆ (Unconditionally secure communication) ระบบดังกล่าวคือการสื่อสารทางควอนตั้ม (Quantum communication) หลักการของ Quantum communication อยู่บนพื้นฐานทางฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งจะใช้สถานะทางควอนตัมของอนุภาคเป็นสื่อกลางในการรับส่งข้อมูล ตัวอย่างเช่นคุณสมบัติทางโพราไรซ์(Polarization)ของอนุภาคแสง(P...